<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	
	>
<channel>
	<title>Comments on: &#8220;เสรีภาพทางการเมือง&#8221; หรือ &#8220;เสรีภาพทางเศรษฐกิจ&#8221; อะไรควรมาก่อนกัน?</title>
	<atom:link href="http://setthasat.com/2012/08/05/economic-and-political-liberalizations/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://setthasat.com/2012/08/05/economic-and-political-liberalizations/</link>
	<description>Make Economics REAL</description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Oct 2018 13:05:00 +0000</lastBuildDate>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=3.8.41</generator>
	<item>
		<title>By: Prin Niamskul</title>
		<link>http://setthasat.com/2012/08/05/economic-and-political-liberalizations/#comment-647</link>
		<dc:creator><![CDATA[Prin Niamskul]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Oct 2012 17:13:00 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://setthasat.com/?p=4746#comment-647</guid>
		<description><![CDATA[ผมคิดว่าเหตุและผลมันไม่ต่อเนื่องกันในลักษณะลำดับที่รัฐจะตัดสินทำอะไรก่อนนะครับ ผมมองว่า บางที อาจเป็นเพราะ เริ่มเปิดเสรีทางการค้าปุ๊บ ก็มีการแข่งขันทางการตลาดตามมา เศรษฐกิจอาจตกในช่วงแรกเพราะตลาดยังเคยตัวกับการ Monopoly จนเมื่อคนพัฒนาขีดความสามารถตัวเองขึ้นจากการแข่งขัน เศรษฐกิจจึงโตได้ในชั้นหลัง และประชาชนที่ถูกสภาพการแข่งขันบังคับให้ต้องคิดต้องใช้สมองพึ่งพาตัวเอง ก็จะมีความต้องการอิสระที่จะจัดการกับชีวิตของตัวเองมากขึ้น แล้วไงๆมันก็จะบีบให้มีการเปิดเสรีทางการเมืองตามมาในที่สุด

ถ้าเปรียบกับประเทศไทย การเปิดเสรีทางการเมืองหรือการเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่แรกเป็นการเคลื่อนไหวโดยกลุ่มคนที่จำกัด คือเรามีระบบที่เรียกว่าประชาธิปไตยมาสวมแทนสมบูรณ์อาญาสิทธิราชโดยที่ยังไม่ใช่ความต้องการทางตรงจากประชาชน และตามต่อจากยุคการเปลี่ยนแปลง รัฐก็ทำงานในลักษณะที่มิได้ต่างจากการปกครองแบบเดิม ยังเป็นคน Guide และออกแนวคิดแทนประชาชนอยู่ดี มันจึงออกมาเป็นรูปแบบประชานิยมอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มันก็เหมือนวิวัฒนาการ มันต้องมีสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้คนดิ้นรนจึงจะเกิดพัฒนาการ การพัฒนาประชากรในชาติก็มีความจำเป็นจะต้องเปิดอิสระให้รับผิดชอบตัวเอง และยอมให้มีการเจ็บในระดับหนึ่งไม่ใช่การอุ้มกันไปตลอด 



ในมุมมองของผมก็คือ การเปิดเสรีทางการเมืองไม่ให้เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนดิ้นรน และเกิดการพัฒนาตัวเองขึ้นมาแข่งขัน การเปิดเสรีทางการค้าคือสิ่งที่ให้สภาพการแข่งขัน เกิดการพัฒนา และไม่ว่ารัฐจะต้องการหรือไม่ มันก็จะเกิดพลวัติขับเคลื่อนให้มีการเปิดเสรีทางการเมือง

ปัญหาที่สำคัญของระบบประชานิยมก็คือการเอื้อให้เกิดสภาพงอมืองอเท้า แต่โดยที่การเปลี่ยนแปลงย่อมทำให้เกิดความไม่พอใจและรัฐบาลที่เปิดเสรีทางการค้าก็อาจเสี่ยงต่อการที่คะแนนนิยมจะฮวบลงจากความเดือดร้อนของ ปชช ในช่วงแรก ถ้าเป็นกรณีของสังคมนิยม น่าจะเปิดเสรีทางการค้าง่ายกว่าการเปิดเสรีโดยประเทศที่หลุดมาอยู่ในระบบการตามใจแบบประชานิยมอย่างของไทยนะครับ]]></description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมคิดว่าเหตุและผลมันไม่ต่อเนื่องกันในลักษณะลำดับที่รัฐจะตัดสินทำอะไรก่อนนะครับ ผมมองว่า บางที อาจเป็นเพราะ เริ่มเปิดเสรีทางการค้าปุ๊บ ก็มีการแข่งขันทางการตลาดตามมา เศรษฐกิจอาจตกในช่วงแรกเพราะตลาดยังเคยตัวกับการ Monopoly จนเมื่อคนพัฒนาขีดความสามารถตัวเองขึ้นจากการแข่งขัน เศรษฐกิจจึงโตได้ในชั้นหลัง และประชาชนที่ถูกสภาพการแข่งขันบังคับให้ต้องคิดต้องใช้สมองพึ่งพาตัวเอง ก็จะมีความต้องการอิสระที่จะจัดการกับชีวิตของตัวเองมากขึ้น แล้วไงๆมันก็จะบีบให้มีการเปิดเสรีทางการเมืองตามมาในที่สุด</p>
<p>ถ้าเปรียบกับประเทศไทย การเปิดเสรีทางการเมืองหรือการเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่แรกเป็นการเคลื่อนไหวโดยกลุ่มคนที่จำกัด คือเรามีระบบที่เรียกว่าประชาธิปไตยมาสวมแทนสมบูรณ์อาญาสิทธิราชโดยที่ยังไม่ใช่ความต้องการทางตรงจากประชาชน และตามต่อจากยุคการเปลี่ยนแปลง รัฐก็ทำงานในลักษณะที่มิได้ต่างจากการปกครองแบบเดิม ยังเป็นคน Guide และออกแนวคิดแทนประชาชนอยู่ดี มันจึงออกมาเป็นรูปแบบประชานิยมอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มันก็เหมือนวิวัฒนาการ มันต้องมีสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้คนดิ้นรนจึงจะเกิดพัฒนาการ การพัฒนาประชากรในชาติก็มีความจำเป็นจะต้องเปิดอิสระให้รับผิดชอบตัวเอง และยอมให้มีการเจ็บในระดับหนึ่งไม่ใช่การอุ้มกันไปตลอด </p>
<p>ในมุมมองของผมก็คือ การเปิดเสรีทางการเมืองไม่ให้เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนดิ้นรน และเกิดการพัฒนาตัวเองขึ้นมาแข่งขัน การเปิดเสรีทางการค้าคือสิ่งที่ให้สภาพการแข่งขัน เกิดการพัฒนา และไม่ว่ารัฐจะต้องการหรือไม่ มันก็จะเกิดพลวัติขับเคลื่อนให้มีการเปิดเสรีทางการเมือง</p>
<p>ปัญหาที่สำคัญของระบบประชานิยมก็คือการเอื้อให้เกิดสภาพงอมืองอเท้า แต่โดยที่การเปลี่ยนแปลงย่อมทำให้เกิดความไม่พอใจและรัฐบาลที่เปิดเสรีทางการค้าก็อาจเสี่ยงต่อการที่คะแนนนิยมจะฮวบลงจากความเดือดร้อนของ ปชช ในช่วงแรก ถ้าเป็นกรณีของสังคมนิยม น่าจะเปิดเสรีทางการค้าง่ายกว่าการเปิดเสรีโดยประเทศที่หลุดมาอยู่ในระบบการตามใจแบบประชานิยมอย่างของไทยนะครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

 Served from: setthasat.com @ 2026-04-21 05:05:45 by W3 Total Cache -->