<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	
	>
<channel>
	<title>Comments on: ทำไมวิกฤตเศรษฐกิจจึง &#8220;ลุกลาม&#8221; และ &#8220;รุนแรง&#8221;?</title>
	<atom:link href="http://setthasat.com/2011/09/26/crisis-of-capitalism/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://setthasat.com/2011/09/26/crisis-of-capitalism/</link>
	<description>Make Economics REAL</description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Oct 2018 13:05:00 +0000</lastBuildDate>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=3.8.41</generator>
	<item>
		<title>By: Suthon Hin</title>
		<link>http://setthasat.com/2011/09/26/crisis-of-capitalism/#comment-117</link>
		<dc:creator><![CDATA[Suthon Hin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Jan 2012 07:20:20 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://setthasat.com/?p=319#comment-117</guid>
		<description><![CDATA[วิกฤตวัฏจักรเศรษฐกิจส่วนใหญ่ทีเดียวเกิดจากการเก็งกำไรที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีที่ดินเป็นส่วนสำคัญ
ถ้าไม่มีการเก็งกำไรที่ดินอย่างกว้างขวาง ก็ไม่มีการกู้เงินอย่างกว้างขวาง
และไม่มีวัฏจักรราคาที่ดินที่เหวี่ยงตัวรุนแรง วิกฤตการเงินที่แผ่ลามทั่วโลกก็ไม่เกิด

วิกฤตครั้งสุดท้ายเกิดตั้งแต่ ค.ศ. ๒๐๐๘ คือ ๓ ปีแล้ว เริ่มที่หลักทรัพย์ค้ำกู้ (จำนอง) ด้อยคุณภาพ (subprime mortgage) ในการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ (มีที่ดินเป็นปัจจัยสำคัญ) ในสหรัฐฯ พอถึงคราวราคาอสังหาฯ ตกตามวัฏจักรของมัน (ซึ่งไม่ค่อยจะมีคนรู้ว่าจะเกิดเมื่อไร) ธนาคารเจ้าหนี้ก็เดือดร้อน ยึดทรัพย์ลูกหนี้แล้วยังขาดทุนอยู่มหาศาล รัฐบาลก็ต้องทุ่มเงินเข้าช่วยธนาคาร (น่าจะเป็นต้นเหตุของ Occupy Wall Street) แล้ววิกฤตวัฏจักรนี้ก็ลามไปยุโรป แล้วก็เป็นไปตามที่อาจารย์ไสว บุญมากล่าว http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/sawai/20111223/425915/ความปรารถนาดีต้องมีทรัพย์สนับสนุน.html

 เหตุที่ลุกลาม เพราะยิ่งมีการค้าระหว่างประเทศมาก การที่กำลังซื้อและขายของประเทศหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ย่อมกระเทือนประเทศคู่ค้าด้วย แล้วก็ส่งผลกระเทือนกันต่อๆ ไป

 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อย่างเป็นธรรมและแก้ความยากจนไปด้วยนั้น เฮนรี จอร์จได้เสนอไว้ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๘๗๙ (กว่า ๑๓๐ ปีแล้ว) คือ ยกเลิกภาษีทั้งสิ้น เก็บแต่ภาษีที่ดินซึ่งในที่สุดจะเท่ากับค่าเช่าศักย์ของที่ดินแต่ละแปลง

Fred Harrison ยอดนักพยากรณ์วัฏจักรอสังหาฯ ก็สนับสนุนแนวของเฮนรี จอร์จด้วย (http://en.wikipedia.org/wiki/Fred_Harrison_(author ))
เหมือนคนอีกมากทั่วโลก (http://www.cgocouncil.org/showcgo.php  )
แต่น่าเสียดายที่วิธีนี้ไม่ค่อยแพร่หลายทั้งๆ ที่วิเศษจริงๆ เป็นแนวเสรี

  ศาสตราจารย์ Mason Gaffney สหรัฐฯ ได้วิจัยไว้ว่าภาษีที่ดินอย่างเดียวจะได้มากเกินพอสำหรับเป็นงบประมาณของส่วนการปกครองทุกระดับ นี่เป็นรายล่าสุดที่ผมได้ทราบ (http://economics.ucr.edu/papers/papers08/08-12old.pdf  )

 ภาษีที่ดินเท่าค่าเช่าศักย์จะขจัดความได้เปรียบเสียเปรียบกันในการได้ครองที่ดินดีเลวผิดกัน และทำให้ไม่มีการเก็งกำไรกักตุนที่ดิน ก็ไม่เกิดวิกฤตฟองสบู่วัฏจักรอสังหาฯ และแผ่นดินของชาติจะได้รับการทำประโยชน์มากขึ้น ที่สำคัญเราค่อยๆ เพิ่มภาษีที่ดินได้เพื่อมิให้เจ้าของที่ดินเดือดร้อนเกินไป และค่อยๆ ลดภาษีอื่นชดเชยกันไป อาจใช้เวลาสัก ๓๐ ปีภาษีที่ดินจึงเท่าค่าเช่าศักย์ซึ่งไม่มีปัจจัยการเก็งกำไรมาทำให้ค่าเช่านี้สูงกว่าที่ควร
(จาก utopiathai.webs.com )

 มีบทเรียนสั้นๆ เกี่ยวกับวัฏจักรธุรกิจ ที่ http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2009/09/16(แปลจาก http://foldvary.net/economics.html บทที่ 12) ขอบคุณครับ]]></description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>วิกฤตวัฏจักรเศรษฐกิจส่วนใหญ่ทีเดียวเกิดจากการเก็งกำไรที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีที่ดินเป็นส่วนสำคัญ<br />
ถ้าไม่มีการเก็งกำไรที่ดินอย่างกว้างขวาง ก็ไม่มีการกู้เงินอย่างกว้างขวาง<br />
และไม่มีวัฏจักรราคาที่ดินที่เหวี่ยงตัวรุนแรง วิกฤตการเงินที่แผ่ลามทั่วโลกก็ไม่เกิด</p>
<p>วิกฤตครั้งสุดท้ายเกิดตั้งแต่ ค.ศ. ๒๐๐๘ คือ ๓ ปีแล้ว เริ่มที่หลักทรัพย์ค้ำกู้ (จำนอง) ด้อยคุณภาพ (subprime mortgage) ในการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ (มีที่ดินเป็นปัจจัยสำคัญ) ในสหรัฐฯ พอถึงคราวราคาอสังหาฯ ตกตามวัฏจักรของมัน (ซึ่งไม่ค่อยจะมีคนรู้ว่าจะเกิดเมื่อไร) ธนาคารเจ้าหนี้ก็เดือดร้อน ยึดทรัพย์ลูกหนี้แล้วยังขาดทุนอยู่มหาศาล รัฐบาลก็ต้องทุ่มเงินเข้าช่วยธนาคาร (น่าจะเป็นต้นเหตุของ Occupy Wall Street) แล้ววิกฤตวัฏจักรนี้ก็ลามไปยุโรป แล้วก็เป็นไปตามที่อาจารย์ไสว บุญมากล่าว <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/sawai/20111223/425915/ความปรารถนาดีต้องมีทรัพย์สนับสนุน.html" rel="nofollow">http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/sawai/20111223/425915/ความปรารถนาดีต้องมีทรัพย์สนับสนุน.html</a></p>
<p> เหตุที่ลุกลาม เพราะยิ่งมีการค้าระหว่างประเทศมาก การที่กำลังซื้อและขายของประเทศหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ย่อมกระเทือนประเทศคู่ค้าด้วย แล้วก็ส่งผลกระเทือนกันต่อๆ ไป</p>
<p> วิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อย่างเป็นธรรมและแก้ความยากจนไปด้วยนั้น เฮนรี จอร์จได้เสนอไว้ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๘๗๙ (กว่า ๑๓๐ ปีแล้ว) คือ ยกเลิกภาษีทั้งสิ้น เก็บแต่ภาษีที่ดินซึ่งในที่สุดจะเท่ากับค่าเช่าศักย์ของที่ดินแต่ละแปลง</p>
<p>Fred Harrison ยอดนักพยากรณ์วัฏจักรอสังหาฯ ก็สนับสนุนแนวของเฮนรี จอร์จด้วย (<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Fred_Harrison_(author" rel="nofollow">http://en.wikipedia.org/wiki/Fred_Harrison_(author</a> ))<br />
เหมือนคนอีกมากทั่วโลก (<a href="http://www.cgocouncil.org/showcgo.php" rel="nofollow">http://www.cgocouncil.org/showcgo.php</a>  )<br />
แต่น่าเสียดายที่วิธีนี้ไม่ค่อยแพร่หลายทั้งๆ ที่วิเศษจริงๆ เป็นแนวเสรี</p>
<p>  ศาสตราจารย์ Mason Gaffney สหรัฐฯ ได้วิจัยไว้ว่าภาษีที่ดินอย่างเดียวจะได้มากเกินพอสำหรับเป็นงบประมาณของส่วนการปกครองทุกระดับ นี่เป็นรายล่าสุดที่ผมได้ทราบ (<a href="http://economics.ucr.edu/papers/papers08/08-12old.pdf" rel="nofollow">http://economics.ucr.edu/papers/papers08/08-12old.pdf</a>  )</p>
<p> ภาษีที่ดินเท่าค่าเช่าศักย์จะขจัดความได้เปรียบเสียเปรียบกันในการได้ครองที่ดินดีเลวผิดกัน และทำให้ไม่มีการเก็งกำไรกักตุนที่ดิน ก็ไม่เกิดวิกฤตฟองสบู่วัฏจักรอสังหาฯ และแผ่นดินของชาติจะได้รับการทำประโยชน์มากขึ้น ที่สำคัญเราค่อยๆ เพิ่มภาษีที่ดินได้เพื่อมิให้เจ้าของที่ดินเดือดร้อนเกินไป และค่อยๆ ลดภาษีอื่นชดเชยกันไป อาจใช้เวลาสัก ๓๐ ปีภาษีที่ดินจึงเท่าค่าเช่าศักย์ซึ่งไม่มีปัจจัยการเก็งกำไรมาทำให้ค่าเช่านี้สูงกว่าที่ควร<br />
(จาก utopiathai.webs.com )</p>
<p> มีบทเรียนสั้นๆ เกี่ยวกับวัฏจักรธุรกิจ ที่ <a href="http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2009/09/16(แปลจาก" rel="nofollow">http://www.oknation.net/blog/utopiathai/2009/09/16(แปลจาก</a> <a href="http://foldvary.net/economics.html" rel="nofollow">http://foldvary.net/economics.html</a> บทที่ 12) ขอบคุณครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

 Served from: setthasat.com @ 2026-04-08 02:33:41 by W3 Total Cache -->